Call Service : 02-587-2222

สาระน่ารู้

75% ของรังสี UV คือ UV400/ UVA1 ไม่มีฟิล์มใดในโลกที่สามารถปกป้อง UV 400/UVA1 ได้
UVA1 ไม่ทำร้ายแค่ผิว แต่ทำลายโครงสร้างผิว และ DNA เหี่ยวย่น เป็นกระ ฝ้า และมะเร็งผิวหนัง
ชั้นคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย

 

สาระน่ารู้ / การป้องกันแสง UVA และ UVB

กลับ

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมผลิตภัณฑ์หลายๆยี่ห้อถึงนิยมใส่สารกันความร้อนกับเสื้อผ้ากีฬา หรือเครื่องสำอางต่างๆ ผลิตภัณฑ์กอล์ฟเมทของเราก็ล้วนมี UV protection ทั้งนั้น เพื่อเหมาะแก่การสวมใส่ในที่โล่งแจ้ง บ้านเมืองของเราเป็นเมืองร้อน หน้าร้อนแดดจะแรงมาก เราจึงควรป้องกันผิวพรรณของเรา ไม่ให้ด่างดำ หรือเป็นมะเร็งแดดได้

วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับรังสีความร้อนมาให้เพื่อนๆ เข้าใจมากขึ้น เพื่อเราจะได้ปกป้องตัวเองได้อย่างถูกต้อง

รังสี มี 2 ประเภท คือ UVA และ UVB

รังสี UV คือรังสีคลื่นความถี่สั้น มีพลังงานมากที่สุดในบรรดารังสีที่ส่องจากดวงอาทิตย์ถึงพื้นโลก UVA และ UVB ส่องถึงพื้นโลกโดยไม่ถูกชั้นบรรยากาศดูดซับเอาไว้และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่ม มากขึ้นเนื่องจากชั้นบรรยากาศที่ถูกทำลาย

รายงานกล่าวว่าความไวในการรับรังสี UV ของผู้ชายมีมากกว่าผู้หญิง อัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังจึงมีสูงกว่า ในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญของการป้องกันรังสี UV เนื่องจากผลกระทบที่มีต่อทั้งผิวสวยและสุขภาพร่างกาย



 

ผลเสียของ รังสี UVA

เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว พลังงานต่ำ ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำ แดง เป็นรังสียูวีที่พบในชีวิตประจำวัน ลอดผ่านกระจกและเมฆ เข้าถึงภายในชั้นผิว เป็นสาเหตุที่นำไปสู่ "ความร่วงโรยของผิว" เช่น รอยเหี่ยวย่น, ผิวหย่อนยาน

ผลเสียของ รังสี UVB

เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น พลังงานสูง สามารถทำให้เกิดผิวไหม้ บวมแดง และหากได้รับรังสีเป็นระยะเวลายาวนาน อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ เป็นรังสียูวีในสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เป็นสาเหตุของการคล้ำแดดกลางแจ้งส่งผลอย่างรุนแรงกับผิว ถ้าได้รับมากจะทำให้ผิวแสบแดงอักเสบและเป็นสาเหตุของฝ้ากระและความแห้งกร้าน

ค่า SPF คืออะไร

ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30 x 30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ทำไม SPF สูง ก็ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป

โดยทั่วไป ครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่วๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแถบเอเชียอย่างเรา แต่สำหรับคนที่ผิวไวต่อแดด หรือถูกผิวถูแผดเผาให้หมองคล้ำได้ง่ายนั้น ใช้ SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอที่จะปกป้องผิวได้แล้ว แต่ถ้าอยากใช้ที่มีค่า SPF เยอะกว่านี้ ก็ไม่ว่ากันค่ะ

 


มาตรฐานการวัดค่า UVA

ค่าในการวัดความสามารถ ในการปกป้องรังสี UVA คือ IPD และ PPD ซึ่งความแตกต่างของค่าสองชนิดนี้ มีดังนี้...

1. IPD : เป็นการวัดความสามารถ ในการปกป้องรังสี UVA โดยทำการทดสอบเริ่มตั้งแต่ 1 นาทีแรก หลังจากที่ผิวหนังถูกแสงแดด จึงเสมือนเป็นการวัดรอยดำของเม็ดสีบนผิวหนัง แบบชั่วคราวเท่านั้น

2. PPD : เป็นการวัดความสามารถ ในการปกป้องรังสี UVA โดยทำการทดสอบหลังจากผิวหนัง ถูกแสงแดดเป็นระยะเวลา 2 ชั่งโมง จึงเป็นการวัดรอยดำของเม็ดสี ที่เกิดขึ้นอย่างถาวร

ที่มา: http://www.golfmate.co.th/uv_protection.php

มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นรังสี ที่มีพลังงานสูงเกินแสงสีม่วงขึ้นไป หรือแสงอัลตราไวโอเลต อันได้แก่ รังสีเอกซ์ หรือเอกซเรย์ รังสีแกมมา และรังสีคอสมิก อีกด้านหนึ่ง มนุษย์ไม่สามารถมองเห็น ...
อ่านต่อ
รังสี UV เป็นตัวที่เกี่ยวข้องกับพวกเรามากที่สุดในชีวิตประจำวัน เพราะมันสามารถทะลวงผ่านชั้นผิวหนังของเราได้ เป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ตามมา เช่น ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย ตีนกา มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น...
อ่านต่อ
พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากจะมีรังสีต่างๆแล้ว ยังให้แสงสว่าง และมีความร้อนด้วยดังนั้นฟิล์มกรองแสงที่ดีต้องสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี แสง และความร้อน คือ ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด ( Total Solar Energy Rejected ) นั้นเอง...
อ่านต่อ